ตั้งใจจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนซะที เรื่องที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเดือนธันวาปีที่แล้ว(2009)
ทริปนี้เก็บเงินกันมาทั้งปี วางแผนคุยกันมาเรื่อยๆ แบบหลวมๆเพราะกลัวว่ามันจะเสียอิสระไป(ส่วนการวางแผนแบบหลวมๆนั้น จะเป็นข้อดีหรือข้อเสียก็โปรดติดตามใน entry นี้)
แผนหลักๆที่วางไว้คือจะไปทั้งหมด 3 เมืองใหญ่ โดยได้รับคำแนะนำจากพีซ บอกว่าหน้าหนาวควรจะขึ้นเหนือไปสัมผัสหิมะอันบริสุทธิ์และเมืองสุดโรแมนติกที่เกาะฮอกไกโด เราก็เลยตัดสินใจกันแบบนั้น โดยแผนที่การเดินทางคร่าวๆของพวกเราคือ
Tokyo -> Sendai -> Sapporo -> Tokyo
โดยวาง Tokyo ไว้สามวัน Sendia สามวัน และ Sapporo อีกสามวัน
ตอนแรกที่ plan นั้น เรียงลำดับตามความง่ายไปหายาก โตเกียวนี้แพลนง่ายสุด เพราะใครๆก็ไปกัน หนังสือคู่มือเยอะไปหมด ก็เลย list ที่อยากไปกันออกมาง่าย
Sendai นั้นถึงจะหาหนังสือยากไปสักนิด แต่มีไอพีซช่วยจัดการโปรแกรมให้ อะไรก็ง่ายขึ้นอีกเยอะ
Sapporo นี่แทบกลวง ไปแบบงงๆ บอกว่า สามวันคงมีอะไรให้เที่ยวทุกวันแหละวะ แค่ไปเดินเล่นหิมะก็โอเคแล้ว
พวกเราเริ่มต้นเดือน plan ลักษณะแบบนั้นจริงๆ
เริ่มออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 ธันวา ไปจนกลับเมืองไทยคือ 13 ธันวา
วันแรกเราไปถึงที่นาริตะประมาณ 4 โมงเย็น กว่าจะออกมาได้และนั่งรถไฟไปที่ถึงที่พัก Sakura hotel Ikebukuro
มื้อแรกที่ญี่ปุ่นเป็นร้านทงคัทซึ แถวๆสถานี Ikebukuro ระดับความหิวตอนนั้นกินอะไรก็อร่อยไปหมด ราคาอาหารการกินที่นั่น อย่างถูกๆก็ราวๆ 500 เยน(เกือบๆ 200 บาท) ซึ่งร้านอาหารส่วนมากจะมีพนักงานอยู่ประมาณ 2-3 คน แต่สามารถดูแลลูกค้าประมาณ 10-15 คนได้ โดยที่นี่เอาระบบตู้กดอาหารมาใช้
คือเวลาเราเดินเข้าไปในร้าน จะมีตู้วางอยู่คล้ายๆตู้กดน้ำกระป๋องบ้านเรา ในนั้นจะมีรายการว่าอะไรราคาเท่าไหร่ ร้านไหนใจดีจะมีภาพแปะ ติดมาพร้อมกับราคา ถ้าเราจะกินอะไรก็หยอดเงินตามนั้นเราก็กดเลือก ตู้จะมีสลิปออกมา ให้เอาใบนั้นไปยื่นที่พ่อครัว เค้าก็จะพูดอะไรเยอะแยะมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าฟังไม่ออก ก็ทำหน้างงๆ แล้วก็ไปนั่ง…สักพักเค้าก็จะยกมาให้ กินเสร็จก็ลุกเดินออกไปให้คนอื่นมากินต่อ ซึ่งเท่าที่สังเกตุดูร้านเหล่านี้มีลักษณะเป็นร้านกินอย่างเดียว คนไม่ค่อยพูดค่อยจากัน
วันแรกของพวกเราจบลงด้วยการกลับมาถึงที่พักประมาณ 4 ทุ่ม ซื้อขนมมานั่งกินและเข้านอน พรุ่งนี้มีโปรแกรมเที่ยวโตเกียวรออยู่




